Tel: 096-645-5697 | Email: sales@jinpiincheeyea.com | Line: @jinpiincheeyea
TH | EN

ประเภทของหน้ากากอนามัยได้รับการออกแบบมาสำหรับใช้เพื่อปกป้องสุขภาพ และป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยในปัจจุบันมีแบบหน้ากากอนามัยให้เลือกซื้อกันมากขึ้น เนื่องจากปัญหาสภาพแวดล้อมอย่างปัญหาฝุ่น PM 2.5 และโรคโคโรน่าไวรัส และถึงแม้ว่าหน้ากากแต่ละชนิดถูกผลิตขึ้นมาโดยมีคุณสมบัติ และจุดประสงค์การใช้งานแตกต่างกัน แต่บางแบบก็อาจจะสามารถใช้ทดแทนกันได้ตามสถานการณ์ ส่วนหน้ากากอนามัยจะมีกี่แบบ และจะต้องเลือกซื้อหน้ากากอนามัยแบบไหนดีบทความนี้มีคำตอบมาเสิร์ฟให้แล้ว 1. หน้ากากอนามัย N95 นอกจาก ฝุ่น PM 2.5 แล้ว ยังมีเรื่องโรคระบาดอย่างโควิด-19 ที่เราต้องระวังกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหน้ากากที่เหมาะกับการใช้ปกป้องสุขภาพมากที่สุดคือหน้ากากประเภท N95 ที่สามารถดักจับและป้องกันฝุ่นขนาดเล็กตั้งแต่ 2.5 ไมครอน ไปจนถึงฝุ่นควันขนาดใหญ่ในชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันเชื้อโรคชนิดต่างๆ อาทิ เชื้อไวรัส เชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียได้ดีที่สุด ด้วยประสิทธิภาพในการกรองที่สูงถึง 95% เลยทีเดียว 2. หน้ากากอนามัยกรองสามชั้น แบบหน้ากากอนามัยกรองสามชั้นนี้เป็นหน้ากากอนามัยที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มีราคาไม่แพง เหมาะสำหรับสวมใส่เมื่อป่วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น โดยมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น และกรองเชื้อโรคบางชนิดได้ดี เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา สิ่งสำคัญที่ควรพึงระลึกไว้เสมอคือหน้ากากประเภทนี้ไม่ควรนำกลับมาใช้งานซ้ำอีก ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนหน้ากากใหม่ทุกวัน จึงจะถูกต้องตามสุขอนามัย 3. หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยที่ผลิตจากผ้านั้นจะมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับหน้ากากแบบเยื่อกระดาษสามชั้น แต่จะเน้นใช้งานสำหรับป้องกันฝุ่นละอองขนาดใหญ่ และป้องกันการกระจายของเหลวจากร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งคุณสมบัติของผ้าที่นำมาผลิตหน้ากากบางชนิดนั้นจะไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากได้ แต่ข้อดีของหน้ากากแบบผ้าคือ ผู้ใช้งานสามารถซักทำความสะอาดได้ทุกวัน ด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 4. หน้ากากอนามัย FFP1 หน้ากากอนามัยประเภทนี้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับหน้ากากอนามัย N95 ที่สามารถช่วยป้องกันทั้งฝุ่น เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เพราะสามารถดักจับเชื้อโรคที่มีอนุภาคขนาดเล็กตั้งแต่ 2.5 ไมครอน ไปจนถึง 10 ไมครอน อีกทั้งยังสามารถป้องกันสารเคมีฟูมโลหะได้อีกด้วย 5. หน้ากากอนามัยแบบป้องกันมลพิษและสารเคมี หน้ากากประเภทนี้มีขนาดใหญ่ โดยจะใช้วิธีสวมใส่ผ่านทางการครอบศีรษะเพื่อความมิดชิด สามารถป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สุดไปจนถึงฝุ่นละอองขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ฝุ่น PM 2.5 ควันพิษ ไอเสียรถยนต์ ตลอดจนไอระเหยของสารเคมีต่างๆ ในอากาศได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามหน้ากากประเภทนี้จะไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ จึงไม่เหมาะกับการใส่เพื่อป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ และเนื่องจากหน้ากากป้องกันมลพิษมีราคาสูงมาก จึงเหมาะกับผู้ที่มีความจำเป็นต้องทำงานในโรงงานเคมีเท่านั้น และทั้งหมดนี้คือ 5 ประเภทของหน้ากากอนามัย ที่เหมาะกับการใช้งานสำหรับแต่ละประเภท ดังนั้นหากจะต้องการให้การใช้งานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้บริโภคก็จำเป็นที่จะต้องเลือกซื้อหน้ากากอนามัยให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งาน เพื่อปกป้องสุขภาพให้ห่างไกลจากความเสี่ยงทั้งด้านของโรคติดต่อและมลพิษต่างๆ ที่เราต้องเผชิญในแต่ละวัน

ไส้หมอนหรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Pillow Stuffing นั้นผลิตมาจากวัสดุหลากหลายประเภท โดยหากจะถามว่าไส้หมอนทำมาจากอะไรบ้างก็ต้องตอบว่าขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ผลิตหรือแบรนด์นั้นๆ ว่าจะนำหมอนเหล่านั้นไปใช้งานในด้านไหน อาทิ หมอนหนุนศีรษะ หมอนอิง หมอนตุ๊กตา หมอนผ้าห่ม เป็นต้น ซึ่งไส้หมอนแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติและข้อดีที่แตกต่างกันออกไป ว่าแต่ประเภทของไส้หมอนจะมีอะไรบ้างและข้อดีของไส้หมอนแต่ละประเภทจะเป็นอย่างไรตามมาดูกันเลย 1. ไส้หมอนจากเส้นใยสังเคราะห์ แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้สำหรับไส้หมอนเส้นใยสังเคราะห์ เพราะไส้หมอนชนิดนี้เป็นไส้ประเภทที่ที่ได้รับความนิยมสูงและใช้กันมากที่สุด เนื่องจากมีการดูแลรักษาง่าย ซักทำความสะอาดได้ง่าย มีน้ำหนักเบา และราคาไม่แพง โดยวัสดุที่จะนำมาใช้ผลิตเป็นเส้นใยสังเคราะห์นั้น มักจะทำมาจากเส้นใยเคมีสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์ ซึ่งตามท้องตลาดก็มักจะมีหลายเกรดหลายราคาให้เลือกตามความต้องการ นิยมนำไปใช้เป็นไส้หมอนอิง 2. ไส้หมอนจากยางธรรมชาติ ไส้หมอนที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่นิยมมาใช้ในการผลิตหมอนโดยผลิตออกมาเป็นรูปทรงสำหรับการรองรับสรีระส่วนของคอได้อย่างดี เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับหมอนรักษาสุขภาพต้นคอ และช่วยแก้ไขอาการปวดต้นคอ โดยจะช่วยทำให้ตัวหมอนมีความนุ่ม แน่น และยืดหยุ่นได้ดี แต่จะไม่สามารถนำไปซักได้ และจะมีราคาค่อนข้างสูงตามเกรดของยางพารา 3. ไส้หมอนจากขนเป็ดหรือขนห่าน ไส้หมอนที่ทำมาจากของขนเป็ดหรือขนห่าน จะมอบสัมผัสที่ความนุ่มฟู มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยขั้นตอนการผลิตนั้นก็จะมีสัดส่วนของขนแต่ละชนิดในการทำหมอนที่แตกต่างกันไป ข้อดีของหมอนที่มีไส้ขนสัตว์คือ ความทนทาน มีสัมผัสที่นุ่มสบาย รองรับสรีระส่วนคอได้ดี ส่วนข้อเสียคือ อาจจะไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคภูมิแพ้ขนสัตว์ รวมถึงทางด้านราคาที่ค่อนข้างสูง 4. ไส้หมอนจากนุ่น นุ่นเป็นวัสดุที่ได้จากธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการระบายอากาศได้ดี แต่ถึงแม้จะเป็นหมอนที่มีความหนาแน่นสูงเมื่อใช้งานแรกๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะให้สัมผัสที่นุ่มลงเรื่อยๆ และไม่สามารถคืนตัวได้ จึงเหมาะกับการนำไปทำเป็นหมอนอิงมากกว่าหมอนหนุน โดยผู้ใช้งานสามารถซักทำความสะอาดหมอนได้ อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อีกด้วย 5. ไส้หมอนจากเม็ดไมโครบีดส์ เม็ดไมโครบีดส์เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่นิยมนำมาทำเป็นหมอนพักมือหรือหมอนหนุนคอสำหรับเดินทาง โดยมีคุณสมบัติที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามรูปสรีระของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา ซึ่งมักจะเห็นผู้ผลิตเลือกใช้เม็ดไมโครบีดส์คู่กับผ้ายืด เพื่อมอบผิวสัมผัสที่นุ่มสบาย 6. ไส้หมอนจากพืช ปัจจุบันมีตัวเลือกไส้หมอนจากพืชมากขึ้น โดยถือเป็นอีกหนึ่งไส้หมอนสำหรับคนรักสุขภาพ โดยพืชที่จะนำมาทำไส้หมอนมีทั้งที่ทำจากเปลือกไม้ ไส้หมอนจากใบชา เนื่องจากตัวไส้หมอนมีการนำไปวิจัย ซึ่งมีคุณสมบัติในการรองรับสรีระส่วนคอของผู้ที่มีปัญหาปวดเปื่อยต้นคอได้ดี สามารถถ่ายเทอากาศ และระบายความชื้นได้ดี แต่ข้อเสียคือ ตัวไส้อาจจะส่งเสียงรบกวนเมื่อเปลี่ยนท่าทางการนอน อีกทั้งยังมีราคาค่อนข้างสูงด้วย และทั้งหมดนี้คือไส้หมอนทั้ง 6 ประเภทที่นิยมนำมาใช้ผลิตหมอนประเภทต่างๆ โดยนอกจากเรื่องของการเลือกไส้หมอนแล้ว หากจะเลือกซื้อหมอนให้มีประสิทธิภาพจะต้องคำนึงถึงถึงการเลือกขนาดของหมอนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกหมอนหนุนศีรษะ ตามมาตรฐานของหมอนควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว ไม่สูงจนเกินหรือต่ำจนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาความเมื่อยล้าจากการพักผ่อนได้

ส่งต่อความรักความห่วงใยให้ว่าที่คุณแม่ด้วยของขวัญคนท้องที่คุณแม่มือใหม่จะสามารถนำไปใช้งานได้จริง ใครที่อยากทำเซอร์ไพรส์หรือกำลังมองหาของเยี่ยมคนท้องอยู่ แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลือกของฝากสำหรับคนท้องมาก่อนก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะบทความนี้เราได้รวบรวมไอเท็มดีๆ ที่จะสามารถซื้อไปเป็นของขวัญคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ รับรองว่าแต่ละไอเท็มนั้นจะเป็นประโยชน์ และว่าที่คุณแม่ก็สามารถนำไปใช้งานได้จริงตั้งแต่ระหว่างที่ตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งถึงวันที่ทารกน้อยลืมตาดูโลกเลยทีเดียว จะมีไอเท็มไหนน่าสนใจบ้างตามมาดูกันเลย 1. ครีมบำรุงผิวพรรณสำหรับคุณแม่ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์แต่ว่าที่คุณแม่ก็จำเป็นที่จะต้องดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตั้งครรภ์นั้นบางครั้งก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายของคุณแม่โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผิวพรรณทั้งภาวะผิวขาดน้ำ การเกิดฝ้า การเกิดผิวแตกลาย เป็นต้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจึงเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่เหมาะจะซื้อเป็นของเยี่ยมคนท้อง แต่อย่าลืมเลือกส่วนผสมที่ทำมาจากธรรมชาติ และอ่อนโยนต่อผิวพรรณ 2. หมอนสำหรับคนท้อง เนื่องจากท่าทางการนอนที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนในช่วงตั้งครรภ์ ดังนั้นการเลือกซื้อหมอนหนุนสำหรับคนท้องเป็นของขวัญคุณแม่ตั้งครรภ์ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีที่ว่าที่คุณแม่สามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยหมอนคนท้องจะมีดีไซน์ต่างๆ ทั้งแบบ U-Shape, G-Shape และ C-Shape เพื่อช่วยพยุงครรภ์ระหว่างการพักผ่อนของคุณแม่ และช่วยป้องกันการกดทับของร่างกายได้อีกด้วย 3. ชุดคลุมท้อง ชุดคลุมท้องนับเป็นหนึ่งในเบสิกไอเท็มสำหรับการเลือกเป็นของขวัญคนท้องเลยก็ว่าได้ โดยผู้ซื้อควรเลือกเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สัมผัสนุ่มลื่น ระบายอากาศได้ดี ใส่ง่าย ถอดง่าย เพื่อให้ว่าที่คุณแม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว 4. สมุดบันทึกการตั้งครรภ์ ช่วงเวลาระหว่างการตั้งครรภ์ คือช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับคุณหมออยู่ตลอด ดังนั้นสมุดบันทึกการตั้งครรภ์น่ารักๆ จะเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ช่วยให้คุณแม่ได้จดบันทึกสิ่งสำคัญ อีกทั้งยังสามารถเก็บเป็นของที่ระลึก และส่งต่อความสุขครั้งนี้ให้กับลูกน้อยเมื่อลูกโตขึ้นได้ด้วย 5. ชุดหูฟังเสริมพัฒนาการสำหรับคุณแม่และคุณลูก เนื่องจากดนตรีจะสามารถช่วยเสริมพัฒนาการเด็ก และกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้ทั้งคุณแม่รู้สึกผ่อนคลายซึ่งส่งผลดีต่อลูกน้อยในครรภ์ไปด้วย ชุดหูฟังเสริมพัฒนาการสำหรับคุณแม่และคุณลูกจึงถือเป็นอีกหนึ่งของขวัญคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่ควรพลาด เพื่อส่งมอบความสุขให้ทั้งคุณแม่ และคุณลูกได้ในคราวเดียวกัน เรียกได้ว่าช่วงตั้งครรภ์ของว่าที่คุณแม่นี้เป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะพิเศษ และอีกสิ่งหนึ่งที่จะมาเติมเต็มความหมายให้ช่วงเวลาเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้นนั่นคือการได้รับของฝากสำหรับคนท้องจากคนรักใกล้ตัวไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือญาติมิตร เพราะไม่ใช่เพียงแต่คุณแม่สามารถนำของที่มีประโยชน์เหล่านี้ไปใช้งานได้จริงเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการแสดงถึงความรักความปรารถนาดีจากผู้ให้สู่ผู้รับอีกด้วย

ใครที่กำลังมองหาของฝากคุณแม่มือใหม่เพื่อร่วมแสดงความยินดีให้กับคุณแม่ป้ายแดงที่ให้กำเนิดทารกตัวน้อย บทความนี้เรามีไอเดียดีๆ ในการหาของขวัญคุณแม่หลังคลอดมาฝากกัน โดยสำหรับของขวัญทารกนั้นตามท้องตลาดแล้วมีหลากหลายประเภท และหลากหลายราคา คนส่วนมากมักจะนิยมเลือกซื้อของใช้ และเสื้อผ้าเด็กอ่อนเป็นของฝากเด็กแรกเกิด เพราะคุณแม่จะสามารถนำไปใช้ได้จริง แต่แน่นอนว่าด้วยความที่เด็กแรกเกิดนั้นยังมีผิวพรรณที่อ่อนโยน และอาจจะเกิดการระคายเคืองได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่จะซื้อของฝากเด็กอ่อนจึงจำเป็นที่จะต้องพิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้าสำหรับเด็ก ซึ่งไม่ใช่เป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจเพียงเท่านั้น หากแต่ยังปลอดภัยต่อเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกอีกด้วย ว่าแต่จะมีไอเท็มไหนที่เหมาะจะซื้อเพื่อเป็นของขวัญคุณแม่มือใหม่บ้างตามไปดูกันเลยดีกว่า 1. เสื้อผ้าเด็กอ่อน แม้ว่าในปัจจุบันจะมีตัวเลือกดีไซน์ของเสื้อผ้าเด็กอ่อนให้ได้เลือกซื้อกันมากมาย แต่ด้วยความที่เด็กน้อยแรกเกิดนั้นมีผิวที่บอบบาง รวมถึงยังไม่สามารถควบคุมอากัปกิริยาต่างๆ ของร่างกายได้เอง ดังนั้นผู้ซื้อควรจะเลือกซื้อเสื้อผ้าแบบที่สวมใส่ง่าย ไม่ต้องมีการสวมหัว แต่เลือกแบบผูกเชือกที่ด้านหน้าแทน เพื่อเป็นการลดขั้นตอนในการสวมใส่ และเป็นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงในช่วงศีรษะและลำคอของเด็กน้อยนั่นเอง 2. ขวดนมและจุกนม แน่นอนว่าไอเท็มนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้หากอยากซื้อของฝากเด็กแรกเกิด โดยการเลือกขวดนมและจุกนมนั้นต้องคำนึงถึงคุณภาพและวัสดุที่ใช้ในการผลิตเป็นสำคัญ โดยจะต้องเลือกวัสดุที่มีคุณภาพสูงอย่าง BPA Free เพื่อป้องกันสารปนเปื้อนที่อาจปะปนไปกับน้ำนม ส่วนทางด้านของจุกนมอาจจะเลือกเป็นแบบยางพาราหรือซิลิโคนเกรดเอก็ได้เช่นกัน 3. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าผิวพรรณของเด็กแรกเกิดนั้นมีความบอบบางมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่มทำความสะอาดผิวเป็นของฝากเด็กอ่อนจึงจำเป็นที่จะต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง โดยสามารถเลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำและสระผมแบบที่ค่า pH เป็นกลางหรือเป็นกรดอ่อนๆ เพื่อป้องกันการระคายเคือง รวมถึงหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี 4. ผ้าคลุมให้นมบุตร ผ้าคลุมให้นมบุตรคืออีกหนึ่งไอเท็มจำเป็นหากคุณอยากซื้อเป็นของขวัญคุณแม่มือใหม่ โดยผ้าคลุมให้นมควรเลือกผืนใหญ่แบบมิดชิดที่สามารถโอบรอบตัวทั้งคุณแม่และคุณลูกได้ เผื่อในโอกาสสำหรับการใช้ในที่สาธารณะ ที่สำคัญคือเนื้อผ้าต้องมีความนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี เพื่อให้เด็กน้อยรู้สึกสบายเมื่อต้องดื่มนมแม่ภายใต้ผ้าคลุม 5. รถเข็นเด็ก อีกหนึ่งไอเท็มที่รับรองได้ว่าต้องโดนใจคุณแม่ป้ายแดงอย่างแน่นอนสำหรับรถเข็นเด็ก เพราะสามารถอำนวยความสะดวกให้คุณแม่ได้เมื่อต้องออกไปที่สาธารณะ โดยควรเลือกรถเข็นเด็กที่ออกแบบมาสำหรับเด็กแรกเกิดถึงหกเดือน เพราะรถเข็นประเภทนี้จะออกแบบมาให้รองรับกับสรีระของเด็กแรกเกิด และที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยควรคำนึงถึงระบบล็อก วัสดุ และระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพด้วย และทั้งหมดนี้คือ 5 ไอเดียดีๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาของฝากคุณแม่มือใหม่เพื่อร่วมส่งต่อความรักความห่วงใย แบบสุขใจทั้งผู้ให้ อิ่มใจทั้งผู้รับ เพื่อให้คุณแม่มือใหม่สามารถนำไอเท็มเหล่านี้ไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน หรือถ้าหากใครที่ยังกลัวเลือกสินค้าได้ไม่โดนใจ ขอแถมไอเดียเพิ่มเติมให้อีกหนึ่งตัวเลือก โดยคุณอาจจะลองหาเป็น Gift Card ไปมอบให้คุณแม่ป้ายแดงเพื่อให้คุณแม่สามารถไปเลือกซื้อสินค้า และอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ ด้วยตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

เพราะการนอนหลับคือของขวัญแห่งการพักผ่อนที่ดีที่สุด หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในแต่ละวัน เมื่อกลับถึงบ้านหลายคนก็อยากจะใช้เวลาส่วนตัวให้คุ้มค่า การล้มตัวลงนอนบนที่นอนและหมอนใบโปรดนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าแก่การรอคอยมากที่สุดในแต่ละวัน อาจจะฟังดูเหมือนว่าการนอนหลับพักผ่อนคือช่วงเวลาในการฟื้นฟูร่างกาย คงไม่มีใครเสียสุขภาพจากการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่แท้จริงแล้วเรื่องของการนอนหลับนั้นมีเรื่องราวมากมายกว่านั้น หากจะกล่าวในแง่ของสุขภาพและกายภาพ ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน การหันมาให้ความสำคัญในการเลือกท่านอนที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดแก่ตนเองก็คงไม่ใช่เรื่องน่าเสียหายแต่อย่างใด เพื่อให้การนอนหลับพักผ่อนของคุณสามารถช่วยฟื้นฟูอวัยวะภายในร่างกายหลังจากผ่านการทำกิจกรรมหนักๆ มาตลอดวัน อีกทั้งยังเป็นการรักษาในเชิงกายภาพว่าด้วยเรื่องของ คอ บ่า ไหล่ และหลัง ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้มีข้อมูลดีๆ มาฝาก กับการนอนให้ถูกวิธี พร้อมวิธีการเลือกหมอนอิงวัสดุคุณภาพที่เหมาะกับลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ทุกคน ตามมาดูกันเลย ท่านอนหงาย เรียกได้ว่าเป็นท่าคลาสิกของมนุษย์ทุกคนเลยก็ว่าได้ นอกจากจะเป็นท่านอนที่ถูกต้อง เหมาะแก่การพักผ่อนแล้ว ท่านอนหงายยังได้รับการแนะนำจากแพทย์ว่าสามารถใช้ในการรักษาอาการปวดหลังได้เป็นอย่างดี เพราะพฤติกรรมการนอนหงายในแนวราบนั้นมีส่วนทำให้กระดูกสันหลังสามารถเรียงตัวได้อย่างเป็นระเบียบ ช่วยแก้อาการกระดูกสันหลังคด เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับกระดูกสันหลังและต้องมีวินัยในการเลือกท่านอนเป็นพิเศษ นอกจากนี้เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถรักษาอาการปวดหลังไปด้วยในตัว อย่างไรก็ตามแนะนำให้เลือกหมอนอิงสักใบมารองใต้เข่าขณะนอนหงายก็ถือเป็นการช่วยบรรเทาอาการเจ็บได้อีกทางหนึ่ง วัสดุหมอนอิงกับท่านอนหงาย มากันที่อุปกรณ์เสริมที่ต้องหามาประกอบกับการนอนหงาย หมอนอิงวัสดุที่เหมาะสมกับการนอนที่ถูกต้อง ในบทความนี้ทางเราแนะนำเป็นหมอนอิงวัสดุยางพารา เนื่องจากเป็นวัสดุคุณภาพดีเยี่ยม มีความยืดหยุ่นในตัว สามารถโค้งเว้าไปตามสรีระร่างกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ไม่แข็งหรือนิ่มจนเกินไป เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้รักษาอาการปวดหลัง แนะนำให้ทำไปพร้อมกับท่านอนหงาย ให้หมอนอิงวัสดุยางพาราได้ทำหน้าที่นวดศีรษะ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นหมอนที่ทำหน้าที่หนุนศีรษะให้กับเราวันละประมาณ 7-10 ชั่วโมงก็ไม่ต้องกังวลเรื่องสุขอนามัย เนื่องจากวัสดุยางพารานั้นมีอีกหนึ่งความพิเศษคือสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกร้อน อับชื้น หรือนอนหลับไม่สบายแต่อย่างใด ท่านอนตะแคง อีกหนึ่งท่านอนที่ได้รับความนิยมรองลงมาจากท่านอนหงายเลยก็ว่าได้ สำหรับท่านอนตะแคงที่ถูกต้องคือต้องเลือกนอนตะแคงด้านขวามากกว่าตะแคงด้านซ้าย เนื่องจากฝั่งซ้ายเป็นฝั่งที่มีอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจอยู่ ดังนั้นการเลือกนอนตะแคงด้านขวาจะไม่ทำให้น้ำหนักตัวเทลงไปกดทับอวัยวะสำคัญ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี หัวใจเต้นสะดวก ไม่รู้สึกอึดอัด อย่างไรก็ตามแม้ว่าท่านอนตะแคงจะเป็นการนอนที่ถูกวิธี แต่ก็ยังถือว่าเป็นท่านอนที่เสี่ยงเกินไปสำหรับผู้ที่มีอาการปวดไหล่เป็นประจำ หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยมีอาการปวดไหล่แต่เลือกนอนตะแคงเป็นประจำก็อาจเป็นสาเหตุแรกเริ่มของอาการปวดไหล่ก็เป็นได้ สำหรับหลายคนที่สงสัยว่าเลือกนอนท่าไหนดีที่สุดและไม่เป็นการทำร้ายสุขภาพ ก็คงจะไม่มีคำตอบตายตัว แต่แนะนำให้เลือกสลับท่านอนไปมาจะดีกว่าเพื่อความสมดุลของร่างกาย วัสดุหมอนอิงกับท่านอนตะแคง ลองจินตนาการภาพตามง่ายๆ ท่านอนตะแคงนั้นคือท่านอนแห่งการกดทับ ดังนั้นวัสดุที่เหมาะสมกับหมอนที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เสริมแห่งการพักผ่อน ช่วยรองรับสรีระร่างกายและการกดทับตลอดทั้งคืนได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือวัสดุเมมโมรี่โฟม จุดเด่นคือสามารถรองรับน้ำหนักและแรงกดทับได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่ทำให้เสียรูปทรง เนื่องจากเป็นวัสดุที่เปลี่ยนรูปไปตามอุณหภูมิ ตอบโจทย์คนรักการนอนหลับพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งแม้ว่าจะเป็นวัสดุที่ทำมาจากโฟมก็ไม่มีสารพิษปะปน ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้และเสียสุขภาพในแง่อื่นๆ แต่อย่างใด สำหรับชมรมคนรักการนอนอย่างเราๆ แล้วล่ะก็ การรู้จักเลือกหมอนอิงที่ดี บวกกับการนอนที่ถูกวิธีจะช่วยให้คุณมีสุขภาพคอ บ่า ไหล และหลังที่สมบูรณ์แข็งแรงไปจนแก่เฒ่า จะดีกว่าไหมหากโอกาสพิเศษในปีนี้คุณจะเลือกหมอนอิงเป็นตัวแทนในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรัก จินผินซีเยีย ตัวแทนผู้ผลิตสินค้า OEM เกรดพรีเมียม ตั้งแต่ ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตา ผ้าห่ม ของเล่นเด็ก ของใช้ในบ้าน ตลอดไปจนถึงหมอนอิงวัสดุคุณภาพ กับกระบวนการผลิตแบบระบบปิดที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ปราศจากฝุ่นและแมลง ทำให้มั่นใจได้เลยว่าสินค้าเกรดพรีเมียมจะส่งถึงมือคนที่คุณรักอย่างสะอาดและปลอดภัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โทร. 02-4297088-90, 096-6455697 อีเมล : sales@jinpiincheeyea.com หรือ Line ID : @jinpiincheeyea

หากจะนึกถึงของขวัญพรีเมียมที่ใช้มอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลต่างๆ แล้วล่ะก็ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘ตุ๊กตาผ้า’ คือสินค้ายอดนิยม สามารถใช้มอบเป็นของขวัญให้แก่ผู้รับได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กๆ นอกจากจะเอาไว้ตั้งโชว์เป็นของแต่งบ้านเพื่อความสวยความงามแล้ว ตุ๊กตาผ้ายังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องนอน หลายๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่อาจจะโตมากับตุ๊กตาตัวโปรดที่อยู่บนหัวนอนก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามก็อย่านอนกอดเจ้าตุ๊กตาตัวโปรดจนเพลิน ควรนำเอามาซักทำความสะอาดและผึ่งแดดฆ่าเชื้อโรคบ้าง เพื่อสุขอนามัยที่ดี เราจะมีวิธีทําความสะอาดตุ๊กตาตัวโปรดของเราให้กลับมาสะอาดและใหม่เหมือนเดิมได้อย่างไรบ้าง กับสารพัดวิธีซักตุ๊กตา จะมีเคล็ดลับไหนน่าสนใจและเข้ารอบมาในบทความนี้บ้าง ตามมาดูกันเลย ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยเครื่องซักผ้า เครื่องทุ่นแรงที่เข้ามาช่วยชีวิตแม่บ้านมือใหม่หลายๆ คน สำหรับบ้านไหนที่มีตุ๊กตาขนาดใหญ่ หรือผ้านวมผืนหนาๆ บอกเลยว่าการเลือกลงทุนกับเครื่องซักผ้าดีๆ นั้นเป็นอะไรที่คุ้มค่าสุดๆ สำหรับวิธีซักตุ๊กตาตัวใหญ่ด้วยเครื่องซักผ้านั้นมีข้อแนะนำคร่าวๆ คือขนาดของตุ๊กตาตัวใหญ่ว่าสามารถใส่ลงไปในเครื่องซักผ้าได้หรือไม่ หากตุ๊กตามีขนาดใหญ่มากเกินไป แม้ว่าจะสามารถใส่ลงไปในเครื่องซักผ้าและซักจนสำเร็จ แต่ก็อาจจะทำให้ตุ๊กตาเสียทรงในภายหลังก็เป็นได้ ส่วนตุ๊กตาที่มีวัสดุพิเศษ ทำจากไหมพรม, ไนลอน หรือวัสดุอื่นๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ผมของตุ๊กตาก็แนะนำให้ใช้ถุงน่องครอบเฉพาะส่วนผมก่อน เพื่อป้องกันผมของตุ๊กตาไปพันส่วนอื่นๆ ระหว่างซัก ส่วนน้ำยาทำความสะอาดแนะนำให้เป็นสูตรอ่อนโยน เน้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับเด็กโดยเฉพาะก็จะดีมาก ใช้โปรแกรมซักแบบธรรมดา ไม่ควรเกิน 30 นาที จากนั้นนำไปผึ่งแดดเพื่อกลิ่นที่หอมสะอาดและเป็นการฆ่าเชื้อโรคได้อีกทางหนึ่งด้วย ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยมือ จากที่เกริ่นไปบ้างแล้วในข้างต้น หากเป็นตุ๊กตาที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้าได้หรือเป็นตุ๊กตาที่ทำจากวัสดุพิเศษ เพื่อเป็นการลดโอกาสและความเสียหายจากการทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า อีกหนึ่งวิธีซักตุ๊กตาไอดอลนั่นก็คือการเลือกทำความสะอาดด้วยมือ วิธีการง่ายๆ คือเลือกซักด้วยน้ำเย็นหรือน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แนะนำควรเป็นน้ำสบู่, แชมพูเด็ก หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็แล้วแต่ที่ใช้กับเด็กอ่อนโดยเฉพาะก็จะดีมาก ส่วนอีกหนึ่งเคล็ดลับก่อนซักตุ๊กตาตัวใหญ่ด้วยมือเปล่าแนะนำให้แช่ทิ้งไว้ 30 นาทีก่อนลงมือซัก และเมื่อถึงเวลาซักจริงให้นำผ้าขนหนูชุบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมาถูเบาๆ บนบริเวณที่เกิดคราบบนตุ๊กตา แล้วค่อยๆ บีบน้ำออกให้หมดด้วยมือเปล่า ล้างผลิตภัณฑ์ออกจากตัวตุ๊กตาให้หมดจนกว่าจะไม่มีฟองหรือคราบ สำหรับขั้นตอนนี้แนะนำให้ค่อยๆ ใช้มือบีบไล่น้ำออกจนหมดเพื่อป้องกันไม่ให้ตุ๊กตาเสียทรงนั้นเอง จากนั้นนำไปผึ่งแดดก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น ทำความสะอาดตุ๊กตาด้วยเบกกิ้งโซดา วัตถุดิบในครัวที่ใครหลายคนอาจมองข้ามและไม่เคยทราบมาก่อน สำหรับวิธีซักตุ๊กตาให้ขนฟู นั้น ในกรณีที่เป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ๆ แล้วไม่สามารถซักด้วยน้ำเปล่าได้ หากจะนำไปซักมือหรือเครื่องก็อาจจะมีส่วนทำให้ตุ๊กตาเสียรูปได้ทั้งนั้น เบกกิ้งโซดาจะเข้ามาทำหน้าที่ขจัดกลิ่นอับ ขจัดคราบเชื้อราและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เกาะอยู่บนตุ๊กตาให้ออกไปอย่างหมดจด วิธีการก็ง่ายมากๆ เริ่มต้นด้วยการโรยเบกกิ้งโซดาลงไปบนตุ๊กตาที่ต้องการซัก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จากนั้นใช้ฟองน้ำเช็ดผงเบกกิ้งโซดาออกให้หมดแล้วนำไปล้างออกด้วยน้ำเปล่า ชุบหลายๆ ครั้งจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่เหลือคราบฟองเบกกิ้งโซดาบนตัวตุ๊กตาแล้ว จากนั้นค่อยๆ ใช้มือบีบไล่น้ำออกจากตุ๊กตาให้หมด นำไปผึ่งแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคอีกทางหนึ่งก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นแล้วล่ะ หากคุณกำลังมองหาสินค้าเกรดพรีเมียมเพื่อใช้มอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสินค้าเกรดพรีเมียมจากผ้าโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น ตุ๊กตาผ้า ตุ๊กตามาสคอต ตุ๊กตาผ้าห่ม ฯลฯ ประสบการณ์ในไลน์ผลิตกว่า 20 ปี รับรองคุณภาพการผลิตตามมาตรฐาน มอก. อีกทั้งยังเป็นที่ไว้วางใจจากบริษัทต่างชาติหลากหลายเจ้า ให้ลูกค้าสามารถสั่งทำสินค้าพรีเมียมได้ตามแบบที่ต้องการ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย โทร. 02-429-7088-90, 096-645-5697 อีเมล : sales@jinpiincheeyea.com หรือ Line ID : @jinpiincheeyea

หมอนผ้าห่มหรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Blanket Pillow คือหนึ่งไอเท็มสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับคนขี้หนาว รวมถึงชาวมนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายที่ไม่สามารถทนกับสภาพอากาศหนาวเย็นภายในบริษัทได้ โดยหมอนผ้าห่มจัดว่าเป็นไอเท็มมาแรงที่ครองใจคนทุกวัย เนื่องจากประโยชน์การใช้สอยแบบ 2-in-1 คือสามารถเป็นทั้งหมอนและผ้าห่มได้ในไอเท็มเดียว โดยในปัจจุบันเรามักจะพบเห็นหมอนผ้าห่มในรูปแบบของตุ๊กตาหมอนน่ารัก ลักษณะนุ่มนิ่มทางด้านหลังหรือด้านข้างของหมอนจะมีซิป ที่เมื่อเปิดซิปออกก็จะพบว่ามีผ้าห่มซ่อนอยู่ด้วย และด้วยประโยชน์ในการใช้สอย และรูปลักษณ์ที่สวยงามน่าดึงดูด ทำให้สินค้าชนิดนี้มีความเหมาะสมที่จะนำไปมอบให้เป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษ มอบเป็นของขวัญ หรือมอบเป็นของสัมนาคุณให้กับลูกค้า โดยหมอนผ้าห่มนั้นมีทั้งแบบหมอนสี่เหลี่ยมพิมพ์ลายและหมอนผ้าห่มลายการ์ตูน ที่สามารถจัดอยู่ในประเภทหมอนแต่งบ้านที่มีประโยชน์ใช้สอย และใช้โชว์เพื่อเป็นของตกแต่งได้อีกด้วย ประโยชน์ของหมอนผ้าห่ม ใช้งานได้อย่างหลากหลายแบบมัลติฟังก์ชัน หมอนผ้าห่มสามารถใช้ได้หลากหลายฟังก์ชัน ตั้งแต่การนำไปวางประดับตกแต่งให้เข้ากับชุดโซฟารับแขก นำไปตกแต่งเป็นหมอนอิงสำหรับห้องนั่งเล่น โดยเมื่อกางหมอนผ้าห่มก็จะกลายเป็นผ้าห่มเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ที่ออฟฟิศหรือใช้หนุนหลังเป็นหมอนพิงหลังสำหรับเก้าอี้ทำงานได้อีกด้วย นำไปใช้งานนอกสถานที่ได้ พกพาง่ายดายสะดวกสุดๆ นอกจากการใช้งานได้แบบมัลติฟังก์ชันแล้ว หมอนผ้าห่มยังสามารถพกพาได้อย่างสะดวก เนื่องจากมีขนาดกำลังพอดีจึงสามารถพกพาไปใช้งานนอกบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้งานในรถยนต์ส่วนตัว ใช้พาพกเมื่อออกเดินทางท่องเที่ยว หรือพกพาเวลาไปนั่งทำงานที่คาเฟ่เก๋ๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ซื้อเป็นของขวัญเพื่อมอบในโอกาสสำคัญแก่คนพิเศษ หมอนผ้าห่มมักจะถูกผลิตด้วยดีไซน์น่ารักๆ สีสันสดใส จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการมอบของขวัญให้แก่คนพิเศษในวันสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันรับปริญญา วันเกิด วันครบรอบของคู่รัก ฯลฯ รวมไปถึงการใช้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษเพื่อมอบให้กันตามวาระโอกาสสำคัญ อาทิ วันขึ้นปีใหม่ เทศกาลคริสมาสต์ รวมไปถึงของขวัญจับฉลาก และของสัมนาคุณ ทริควิธีพับผ้าห่มแบบต่างๆ ทำอย่างไรบ้าง? วิธีพับหมอนผ้าห่มแบบไซส์มาตรฐาน เทคนิควิธีพับหมอนผ้าห่มสำหรับไซส์มาตรฐานสี่เหลี่ยมจตุรัสนั้น คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ กางหมอนผ้าห่มออกให้เรียบไปกับพื้น พับริมชายหมอนผ้าห่มจากด้านซ้ายและด้านขวาเข้ามาหากึ่งกลาง พับริมชายหมอนผ้าห่มจากด้านบนและด้านล่างเข้ามาหากึ่งกลาง พับครึ่งประกบกัน และรูดซิบปิดตามแนวเย็บซิบ วิธีเก็บหมอนผ้าห่มสำหรับหมอนผ้าห่มตุ๊กตา วิธีเก็บหมอนผ้าห่มสำหรับหมอนผ้าห่มตุ๊กตาชนิดที่หมอนแยกกับตัวผ้าห่ม สามารถทำได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ กางผ้าห่มออก พับริมชายผ้าห่มจากด้านซ้ายมาด้านขวา พับประกบผ้าห่มจากด้านซ้ายมาด้านขวาอีกหนึ่งครั้ง พับครึ่งผ้าห่มจากบนลงล่าง ม้วนผ้าห่มให้ได้ตามขนาดของหมอนเพื่อให้ผ้าห่มสามารถเก็บกลับเข้าไปในหมอนได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และทั้งหมดนี้คือข้อมูลรายละเอียดต่างๆ สำหรับคำถามที่ว่าหมอนผ้าห่มคืออะไร แล้วจะสามารถเก็บหมอนผ้าห่มให้เรียบร้อยหลังการใช้งานได้อย่างไร รู้เทคนิคดีๆ อย่างนี้แล้วอย่าลืมลองเอาไปปฏิบัติตามกันดู เพื่อที่คุณจะได้เก็บรักษาหมอนผ้าห่มให้กลับมาอยู่ในสภาพสวยงามเหมือนเดิมในทุกๆ ครั้งหลังการใช้งาน

หมอนอิง คือ หนึ่งในไอเท็มของแต่งบ้านที่สามารถนำไปปรับใช้ตกแต่งพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านเพื่อให้เกิดความสวยงาม และสามารถใช้สอยได้จริง โดยในปัจจุบันนั้นมีตัวเลือกหมอนอิง (หรือภาษาอังกฤษคือ Cushions) ให้เลือกซื้อหลากหลายขนาด โทนสี ลวดลายและหลากหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความชื่นชอบ และรสนิยมของแต่ละบุคคล โดยรูปแบบของหมอนอิงนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ หมอนอิงแบบถอดซักได้และหมอนอิงแบบเย็บติดตาย ซึ่งถ้าหากคุณอยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัว การเลือกหมอนอิงแบบเย็บติดตายก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาสักเท่าไหร่นักในแง่ของการทำความสะอาด แต่ถ้าหากบ้านของคุณมีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง การเลือกใช้หมอนอิงแบบแยกไส้หมอนกับตัวปลอกออกจากกัน อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะง่ายต่อการดูแลรักษา และสามารถถอดซักเพื่อทำความสะอาดได้ตลอดเวลา ชนิดของหมอนอิงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้ดังนี้ หมอนอิงโซฟา หมอนอิงโซฟาหรือในภาษาอังกฤษคือ Sofa Cushions เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะช่วยในการเปลี่ยนสไตล์ของห้องคุณแบบที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย แถมราคาของหมอนอิงโซฟานั้นยังมีหลายระดับให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน และแน่นอนว่ามาพร้อมตัวเลือกที่หลากหลายทั้งทางด้านสีสันและลวดลายใหม่ๆ ที่จะสามารถมอบความรู้สึกสดใหม่ให้กับพื้นที่ต่างๆ ในบ้านของคุณได้ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องรับแขก หมอนพิงหลัง หมอนพิงหลังหรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Backrest Pillow คือหมอนอิงที่มีความนุ่มในระดับที่พอดี สามารถใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงาม และใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่กับเฟอร์นิเจอร์ประเภทโซฟาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการจับคู่หมอนพิงหลังเข้ากับเก้าอี้สำนักงาน เพื่อช่วยให้คุณสามารถจัดท่านั่งที่เหมาะสมเหมือนต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ วิธีเลือกหมอนอิงมีอะไรบ้าง? การเลือกหมอนอิงให้เหมาะสมกับการใช้งานของตัวคุณ และเพื่อพื้นที่ที่สวยงามนั้น มีหลักการในการเลือกหมอนอิงง่ายๆ ดังต่อไปนี้ เลือกจากวัสดุที่ใช้ในการผลิตหมอนอิง วัสดุที่ใช้ในการทำหมอนอิงมีอยู่หลายชนิด ซึ่งจะแบ่งเป็นวัสดุสำหรับปลอกหมอนอิงภายนอก และวัสดุสำหรับไส้ด้านใน สำหรับภายนอกวัสดุที่ใช้ทำส่วนใหญ่จะเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ส่วนไส้ในของหมอนอิงนั้น ส่วนใหญ่มักจะทำมาจากฟองน้ำ นุ่น หรือเส้นใยสังเคราะห์ ซึ่งวัสดุที่แตกต่างกันจะส่งผลให้การสัมผัสของหมอนอิงแต่ละประเภทแตกต่างกันออกไปด้วย เลือกจากลักษณะการใช้งานหมอนอิง อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น การจำแนกประเภทของหมอนอิงนั้น มีทั้งแบบที่สามารถถอดซักได้และแบบที่ปลอกเย็บติดกับตัวหมอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการ และลักษณะของการอยู่อาศัยเป็นหลัก หากไม่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบหมอนอิงบ่อยๆ ก็อาจจะเลือกแบบที่เย็บติดกับตัวหมอน แต่หากหมอนอิงนั้นจะต้องผ่านการใช้งานบ่อยๆ ก็อาจจะต้องเลือกแบบที่สามารถถอดซักได้ เลือกจากขนาดของหมอนอิง การเลือกหมอนอิงจากขนาด เป็นอีกหนึ่งวิธีเลือกหมอนอิงที่จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดี โดยปกติจะมีหมอนอิงไซส์มาตรฐานที่เป็นที่นิยมได้แก่ ขนาด 18*18 ซึ่งเป็นขนาดที่พบเห็นได้ทั่วไปเหมาะสำหรับเอาไว้วางตกแต่งโซฟาหรือเก้าอี้รับแขก และขนาด 24*24 ที่จะมอบความรู้สึกสบายในการใช้งานเพราะด้วยความที่หมอนมีขนาดใหญ่นั่นเอง โดยสรุปแล้วการตัดสินใจเลือกขนาดของหมอนอิงแต่ละไซส์นั้น อาจจะต้องพิจารณาจากขนาดของโซฟาหรือพื้นที่ที่คุณต้องการตกแต่งเสียก่อน เพื่อดูว่าขนาดของหมอนอิงแบบไหนที่เหมาะสม เพื่อความสวยงาม และการใช้งานที่เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

ใครที่กำลังมองหาไอเดียสำหรับการตกแต่งพื้นที่ห้องต่างๆ ภายในบ้าน และคอนโดให้น่าอยู่ การเลือกใช้ไอเท็มเล็กๆ อย่างหมอนอิงดีไซน์ต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในพื้นที่นั่งเล่นดูอบอุ่นมากขึ้นได้ด้วย ไอเดียแต่งห้องด้วยหมอนนั้น สามารถใช้หมอนได้หลากหลายรูปทรง หลากสีสัน แต่ยังสามารถปรับมู้ดให้พื้นที่เป็นไปตามตีมที่คุณต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งห้องนั่งเล่นคอนโด การแต่งห้องนั่งเล่นขนาดเล็กภายในบ้าน ฯลฯ เพราะการตกแต่งพื้นที่ให้น่าอยู่นั้นไม่ใช่แค่ช่วยให้บ้านน่าอยู่ แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย และวันนี้เราก็ได้รวบรวมสไตล์การแต่งห้องด้วยหมอนมาฝากกัน ไม่ว่าจะแต่งห้องนั่งเล่นด้วยหมอน หรืออยากเพิ่มเติมสีสันให้พื้นที่อื่นๆ ภายในบ้าน รับรองได้ว่าทันสมัย ปังกว่าใครแน่นอน! แต่ก่อนจะไปดูวิธีการแต่งห้องด้วยหมอนอิง ลองมาดูวิธีการเลือกหมอนอิงกันก่อนดีกว่า เทคนิคการเลือกหมอนอิงสำหรับการแต่งห้องต่างๆ คุณภาพของหมอนอิง คุณภาพคือสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช้หมอนอิงไว้หนุนศีรษะ แต่อย่าลืมว่ายังคงต้องการความสบายจากหมอนอิง ทั้งเอาไว้พิงหลัง เอาไว้กอด ดังนั้นคุณภาพ และวัสดุที่เลือกใช้นั้นจึงมีความสำคัญ โดยเวลาเลือกซื้อ เมื่อเลือกขนาดของหมอนอิงได้แล้ว ก็ต้องดูด้วยว่าปลอกหมอนอิงผลิตมาจากวัสดุอะไร มีความละเอียดในการทอของเส้นใยขนาดเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความรู้สึกสบายของผู้ใช้งานเป็นหลัก จำนวนของหมอนอิง จำนวนของหมอนอิงสามารถช่วยเพิ่มความรู้สึกลงตัวให้คุณได้ เพื่อไม่ให้พื้นที่นั้นๆ ดูโล่งหรือรกจนเกินไป โดยการเลือกไม่มีกฎที่ตายตัว ขอเพียงแค่ดูจำนวนให้เหมาะสมกับไซส์ของโซฟา และพื้นที่ที่คุณต้องการจะตกแต่งในแต่ละห้อง ดีไซน์ของหมอนอิง คุณสามารถเลือกใช้หมอนอิงดีไซน์เดียวกันเพื่อตกแต่งห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก หรือเลือกใช้หมอนอิงคนละรูปทรง อาทิ หมอนอิงทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสผสมผสนกับหมอนอิงทรงกลม เพื่อแต่งห้องด้วยหมอนอิงให้ความรู้สึกโดดเด่น แปลกใหม่ ไม่จำเจ ได้เทคนิคการเลือกหมอนอิงเพื่อแต่งห้องด้วยหมอนกันไปแล้ว คราวนี้ลองมาดู ไอเดียแต่งห้องด้วยหมอนอิงในสไตล์ต่างๆ กันบ้าง ไอเดียแต่งห้องด้วยหมอนอิงในสไตล์ต่างๆ แต่งห้องด้วยหมอนสไตล์ทรอปิคอล เชื่อว่าคนที่ต้อง Work From Home หลายๆ คน อาจจะเกิดความเบื่อกับพื้นที่เดิมๆ ภายในบ้าน และโหยหาพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ดังนั้นนอกจากการตกแต่งพื้นที่ด้วยต้นไม้สีเขียวแล้ว การแต่งห้องนั่งเล่นด้วยหมอนอิงลวดลายใบไม้ตระกูลปาล์มหรือใบกล้วย ก็สามารถแปลงโฉมพื้นที่ธรรมดาๆ ให้บรรยากาศสดชื่น สื่อความรู้สึกถึงธรรมชาติได้ไม่แพ้กัน นอกจากไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นด้วยหมอนด้วยลวดลายธรรมชาติแล้ว การปรับสีวอลล์เปเปอร์ให้สดชื่นยิ่งขึ้น อาทิ สีเอิร์ทโทนสีเบจ สีครีม สีน้ำตาลอ่อน สีเขียว สีเขียวอมฟ้า ก็สามารถช่วยเสริมลุคให้ห้องยิ่งดูสดชื่นสดใสได้ไม่ยาก แต่งห้องด้วยหมอนสไตล์มินิมอล ใครที่เป็นสายเรียบง่าย การตกแต่งห้องให้บรรยากาศดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้นแบบคุมตีมด้วยโทนสีขาว สีครีม และสีน้ำตาลก็จะสามารถช่วยปรับเปลี่ยนให้ห้องดูโปร่งโล่งสบายได้มากยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถเลือกแต่งห้องนั่งเล่นคอนโดหรือแต่งห้องนั่งเล่นขนาดเล็กภายในบ้าน ด้วยหมอนอิงสีพื้นๆ ผสมผสานกับการใช้เฟอร์นิเจอร์สีเบจที่ทำจากไม้หรือไม้ไผ่ ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูเรียบเก๋ลงตัวแบบไม่หลุดตีมได้ด้วยเช่นกัน แต่งห้องด้วยหมอนสไตล์วินเทจ การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจแบบย้อนยุค ต้องอาศัยดีไซน์ที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ถึงจะได้ความชิค ได้กลิ่นอายแบบอบอุ่น โดยเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน รวมไปถึงหมอนอิง ก็มักมีการใช้ลวดลายที่ดูอ่อนช้อย อาทิ ลายดอกไม้ ใบไม้ ในโทนสีอบอุ่นอย่างสีขาว สีครีม สีแดงอ่อน เป็นต้น โดยคุณสามารถเพิ่มความเก๋ได้ด้วยการหากรอบรูปสวยๆ ขอบสีทอง โคมไฟวินเทจ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพื่อเพิ่มความคลาสสิกให้กับบรรยากาศโดยรวมให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และทั้งหมดนี้คือไอเดียแต่งห้องด้วยหมอนอิง อยากจะนำไปปรับใช้กับการแต่งคอนโดให้ดูน่าอยู่ แต่งห้องนั่งเล่นให้ดูอบอุ่น หรือพื้นที่ไหนๆ ภายในบ้าน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยเพียงการเลือกใช้ไอเท็มหลักอย่างหมอนอิง เพียงเท่านี้ก็สามารถเนรมิตห้องนอนของคุณให้สวยน่าอยู่ในสไตล์ที่คุณชื่นชอบได้แล้วล่ะ

[vc_row][vc_column][vc_row_inner][vc_column_inner][vc_column_text]ในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังรุ่งเรือง การเปิดร้านค้าออนไลน์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากขายตุ๊กตา แต่การที่จะสร้างแบรนด์ และทำให้การเปิดร้านขายตุ๊กตาออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้แผนธุรกิจร้านขายตุ๊กตาของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นกว่าคู่แข่ง แต่ก่อนที่จะเริ่มลงทุนขายตุ๊กตาอย่างจริงจังนั้น ลองมาดูกันก่อนดีกว่าว่าก่อนจะไปถึงขั้นตอนการสั่งผลิตตุ๊กตาเพื่อจัดจำหน่าย คุณจำเป็นที่จะต้องมีพื้นฐาน และวางแผนอย่างไรบ้าง ศึกษาตลาด ความต้องการของลูกค้า และทำความรู้จักคู่แข่ง เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าอยากขายตุ๊กตาออนไลน์ ต่อมาก็ต้องมาทำการสำรวจตลาดกันต่อ ว่าตอนนี้มีตุ๊กตาแบบไหนที่กำลังฮิต แล้วแนวโน้มของกระแสความนิยมตุ๊กตาในตลาดนั้นจะเป็นในรูปแบบใด ที่จะสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้งอกเงยได้ ถัดมาก็ต้องดูความต้องการของลูกค้าว่า เมื่อลูกค้าต้องการจะเลือกซื้อตุ๊กตานั้นมีปัจจัยอะไรเป็นแรงขับเคลื่อยบ้าง เช่น ตุ๊กตาสำหรับวันรับปริญญา ตุ๊กตาวันวาเลนไทน์ มอบเป็นของขวัญวันเกิด ฯลฯ และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การศึกษาดูว่าตุ๊กตาในตลาดนั้นมีคู่แข่งแบบไหน คู่แข่งใช้วิธีการยังไงในการทำธุรกิจ เพื่อที่คุณจะได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาทำการเปรียบเทียบ และวางแผนกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาแบรนด์ของคุณต่อไป มองหาโรงงานที่น่าเชื่อถือ หลังจากที่ทำการศึกษาตลาด และคู่แข่งอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะมองหาโรงงานเพื่อผลิตสินค้า โดยคุณควรที่จะต้องเลือกโรงงานที่มีชื่อเสียง และสิ่งสำคัญได้มาตรฐานการผลิต โดยอาจจะดูว่าทางโรงงานที่กำลังมองหานั้นมีใบรับรองมาตรฐานการผลิตอะไรบ้าง นอกจากนี้การพิจารณาผลงานที่ผ่านมาของโรงงาน ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดี ในกรณีที่คุณอยากเปิดร้านขายตุ๊กตา และต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์ของตัวเอง ก็สามารถเลือกใช้บริการโรงงานรับทำแบรนด์แบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ที่รับจ้างผลิตตุ๊กตาให้กับผู้ที่ต้องการนำสินค้าไปขายเป็นแบรนด์ของตัวเองโดยเฉพาะ นอกจากนี้โรงงานที่รับผลิตตุ๊กตาแบบ One stop service ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และให้คำปรึกษาคุณได้เป็นอย่างดี โปรโมตในโซเชียลมีเดีย และแน่นอนว่าเมื่อได้ผลิตกับโรงงานที่ใช่แล้ว ตัวเจ้าของเองก็ต้องทำการวางแผนโปรโมตสินค้าเพื่อลงสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ดังนั้นการสร้างแบรนด์โดยการเลือกใช้แพลตฟอร์มไหนที่ใช่ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram, Pinterest ฯลฯ ก็จะช่วยทำสร้างการรับรู้ และทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ของคุณได้ง่ายขึ้น แต่อย่าลืมคำนึงถึงความเหมาะสมของคอนเทนต์ ให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วย ส่วนใครที่กำลังวางแผนธุรกิจร้านขายตุ๊กตา แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี? ทาง Jin Piin ของเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษา และพูดคุยกับคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจอยากทำแบรนด์ตุ๊กตา โดยเราพร้อมที่จะมอบบริการอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนธุรกิจตุ๊กตา ไปจนถึงการผลิต และส่งมอบงานตรงเวลาตามที่ตกลง โดยลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อ Jin Piin โดยตรงได้ทันที สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Tel: 02-4297088-90 Line: @jinpiincheeyea (มี @ ข้างหน้า) Email: sales@jinpiincheeyea.com[/vc_column_text][/vc_column_inner][/vc_row_inner][/vc_column][/vc_row]