Tel: 096-645-5697 | Email: sales@jinpiincheeyea.com | Line: @jinpiincheeyea
TH | EN

เวลาเห็นคนเอาแมสไว้ใต้คาง หรือใส่แบบปริ่ม ๆ ขอบจมูก มันช่างขัดหูขัดตามจริง ๆ วันนี้เรามีวิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องมาแชร์ให้กับทุกคนกัน ยังไม่พอขอแถมเพิ่มอีก! วิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง 2 ชั้นต้องใส่ยังไง ในยุคนี้ที่โควิด – 19 ยังรุนแรงแบบนี้ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าต้องมานั่งเสียใจทีหลัง การใส่แมสที่ถูกต้องนั้นไม่ยาก เพียงแค่ทำตามขั้นตอนง่าย ๆ เหล่านี้ ทุกคนก็พร้อมลุยกับทุกสถานที่ได้เลย ขั้นตอนที่ 1 หันให้ถูกสี หลายคนยังเกิดความสับสน สรุปต้องหันด้านไหน สีไหน ออกกันแน่ วิธีการสังเกตง่าย ๆ หันด้านสีเข้มออกด้านนอกเสมอ และด้านสีอ่อนหรือสีขาวให้หันแนบชิดจมูกและปากของเรา อย่าลืมหันด้านที่มีเหล็กขึ้นด้วยนะ ขั้นตอนที่ 2 คล้องให้แน่น ปรับสายของแมสให้พอดีกับหูของเรา อาจจะเพิ่มความแน่นและมั่นคงด้วยการม้วนสายทั้งสองด้านแล้วจึงค่อยสวมใส่ ขั้นตอนที่ 3 ปรับให้กระชับ อย่าลืมหันด้านเหล็กดามขึ้นมาบริเวณจมูก กดให้เหล็กแนบไปตามรูปทรงจมูกและแก้มของเรา เพียงเท่านี้แมสก็ไม่ขยับไปมาแล้ว พยายามขยับให้ส่วนปลายของแมสคลุมไปจนถึงคาง ไม่ใช่นำไว้ใต้คาง นี่แหละ การใส่แมสที่ถูกต้อง วิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง 2 ชั้น บางคนอาจจะกังวลว่า เดี๋ยวนี้ใส่หน้ากากอนามัยแค่เพียงชั้นเดียวจะเพียงพอต่อการป้องกันเชื้อโรคหรือไม่ ยิ่งช่วงนี้กระแสของสายพันธ์ โควิด – 19 ที่ยิ่งทวีคูณความรุนแรงของโรคขึ้นนั้น เราต้องยิ่งระมัดระวังตัว จากขั้นตอนด้านบนที่ทุกคนได้เห็นแล้วนั้น การเพิ่มอุปกรณ์สำหรับการใส่หน้ากาก 2 ชั้นก็ไม่ได้เพิ่มความยุ่งยากในการหาอุปกรณ์หรือสวมใส่ มาดูวิธีกันเถอะ ใส่หน้ากาก 2 ชั้นให้ถูกต้อง ใส่หน้ากากผ้าด้วย เมื่อเราสวมหน้ากากอนามัยแบบกระดาษแนบสนิทกับหน้าของเราแล้ว วิธีใส่หน้ากากอนามัยอีกชั้นโดยการใส่หน้ากากผ้าอีกชั้นเพื่อกระชับให้หน้ากากอนามัยให้แนบสนิทกับหน้าของเรา ก็จะช่วยเพิ่มการป้องกันของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และถ้าหากกลัวว่าหน้ากากอนามัยจะเลื่อนขยับ การติดเทปกาวเพื่อป้องกันการขยับก็ถือเป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยต่อผิวหน้า และเพิ่มความสบายใจหายห่วงไม่ต้องกลัวโรคแบบดับเบิล ทั้งนี้ต่อให้ทุกคนทราบวิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าหากยังติดนิสัย ล้วง แคะ แกะ เกา บริเวณหน้ากากอนามัย ก็อาจจะนำพามาซึ่งเชื้อโรคที่เราไม่พึงประสงค์ตามมาได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมหลีกเลี่ยงการจับหน้ากากอนามัยบ่อย ๆ และหมั่นล้างมืออยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้อย่าประหยัดหน้ากากอนามัย พึงระลึกไว้เสมอว่าหน้ากากอนามัยนั้นควรใช้เพียงแค่หนึ่งครั้งและทิ้งทันที แต่ต้องทิ้งให้ถูกวิธีด้วยนะทุกคน ส่วนหน้ากากผ้าที่สวมทับ 2 ชั้น หลังใช้เสร็จแล้วก็ควรนำไปซักทำความสะอาดทันทีก่อนนำมาใช้ใหม่ เห็นไหม ว่าวิธีใส่หน้ากากอนามัยไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้ชีวิตในภาวะโรคระบาดได้อย่างสบายใจหายห่วงเป็นปลิดทิ้ง

ปัจจุบันเราสามารถเลือกซื้อจับจ่ายใช้สอย หน้ากากอนามัยได้ตามท้องตลาดทั่วไป ห้างสรรพสินค้า และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ แต่แท้ที่จริงแล้วเรารู้จักประเภทของหน้ากากอนามัยแต่ละแบบแล้วหรือยัง หน้ากากอนามัยแบบที่เราใช้นั้นถูกต้องและช่วยป้องกันได้เต็มประสิทธิภาพแค่ไหน ถ้าตอนนี้คุณยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ วันนี้เราจะมาช่วยแถลงไข หน้ากากอนามัยมีกี่แบบ แบบไหนควรใช้ในสถานการณ์ไหน แล้วแมสแต่ละสีต่างกันอย่างไร คุณสมบัติของแต่ละสีคืออะไร เตรียมตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดโควิด – 19 หรือสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เหตุการณ์จะร้ายแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น หากเรามีการเตรียมตัวที่ดีพร้อมรับมือเสมอ อย่ามัวรอช้ามาดูกันกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง หน้ากากผ้า ถือว่าเป็นแบบหน้ากากอนามัยประเภทหนึ่งที่หาซื้อได้ง่าย และได้รับความนิยมในช่วงหนึ่งเป็นอย่างมาก ในภาวะที่หน้ากากอนามัยขาดแคลน หน้ากากผ้ามักนิยมทำจากวัสดุสิ่งทอประเภทฝ้าย และสามารถทำลวดลายได้หลากหลายสีสันแล้วแต่ความชื่นชอบ คุณสมบัติของหน้ากากผ้า คุณสมบัติของหน้ากากผ้าคือช่วยป้องกันการแพร่กระจายของสารคัดหลั่งจากตัวผู้สวมใส่ เช่น น้ำมูก น้ำลาย และถือว่าเป็นประเภทหน้ากากอนามัยที่มีอานุภาพในการป้องกันต่ำที่สุด ข้อดีของหน้ากากผ้า ด้วยตัวของวัสดุเองที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการป้องกันโรคโดยเฉพาะแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ยังสามารถป้องกันฝุ่นละอองทั่วไปได้บ้างแต่ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ ข้อดีก็คือสามารถนำมาซักใช้ซ้ำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ข้อแนะนำในการใช้หน้ากากผ้า ข้อแนะนำก็คือ เมื่อหน้ากากผ้าที่สวมใส่นั้นสกปรกก็ควรนำไปซัก เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคนั่นเอง หน้ากากอนามัยทางการแพทย์แบบ 3 ชั้น เราสามารถพบเห็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์แบบ 3 ชั้นได้บ่อยครั้ง ก่อนช่วงโรคระบาดมักเป็นที่นิยมสวมใส่ของเหล่าแพทย์ พยาบาล และตามคลินิคต่าง ๆ ทั้งนี้ยังหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปอีกด้วย ตัววัสดุของหน้ากากอนามัยทางการแพทย์แบบ 3 ชั้นนั้นผลิตมาจากเยื่อกระดาษ มักเห็นแบบประเภทสีเขียว สีฟ้า และอีกมากมายหลายสี แล้วแมสแต่ละสีต่างกันอย่างไร? อันที่จริงแล้วนั้นไม่แตกต่างกัน เพียงแต่วิธีการสวมใส่คือต้องหันด้านที่เป็นสีเข้มออก และหันด้านสีขาวหรือสีอ่อนกว่าไว้แนบกับจมูกและปาก ก็จะช่วยป้องกันได้แล้ว หน้ากากอนามัยประเภทนี้ สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ เพราะผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ และมีรูขนาดเล็ก โดยปกติ 3 – 5 ไมครอนเท่านั้น แต่มีอายุการใช้งานสั้น และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ซ้ำเพราะอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ หน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน แบบหน้ากากอนามัยอีกรูปแบบหนึ่งที่หลายคนอาจจะคุ้นตากันเป็นอย่างดี ความแตกของหน้ากากอนามัยประเภทนี้กับหน้ากากอนามัยทางการแพทย์คือ “เยื่อคาร์บอน” นอกจากจะโดดเด่นด้วยลักษณะสีเทาซึ่งเป็นสีลักษณะเด่นของคาร์บอนแล้วนั้น ยังมาพร้อมด้วยความหนาที่มากกว่า 4 ชั้น และมีตัวช่วยอย่างคาร์บอน จึงสามารถช่วยกรองกลิ่นได้มากกว่า และยังสามารถสวนใส่เพื่อป้องกันเชื้อโรคได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้หากสวมใส่พร้อมกัน 2 ชั้น ก็สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้เลย หน้ากากอนามัย N95 หน้ากาก N95 เป็นแบบหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพการป้องกันสูงสุด ไม่เพียงแต่ป้องกันฝุ่นละอองชนิด PM 2.5 ได้ แต่ยังมีความสามารถในการป้องกันเชื้อโรคขนาดเล็กได้อีกด้วย บางรุ่นก็อาจจะมีวาลว์ปิดเปิดเพื่อช่วยในการหายใจให้สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย มักนิยมผลิตเป็นสีขาว ข้อแนะนำคือไม่ควรใส่ซ้ำบ่อย ๆ หากสามารถเปลี่ยนได้ทุกวันก็มีแต่ส่งผลดีต่อตัวผู้ใช้งานเอง เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้รู้จักหน้ากากอนามัยประเภทต่าง ๆ และความแตกต่างของแมสแต่ละสีไปแล้ว ทีนี้ทุกคนก็สามารถเลือกได้ว่า ประเภทของหน้ากากอนามัยแบบไหน ควรเลือกใช้ในสถานการณ์ใด และจะสามารถใช้แบบไหนทดแทนได้บ้าง เราหวังอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น แล้วเราจะผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปด้วยกัน!

ซิป หรือ Zipper อุปกรณ์ต้องมีสำหรับงานเย็นผ้า รู้หรือไม่! ซิปมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอเมริกา ถูกประดิษฐ์และได้รับการพัฒนา ในช่วงระหว่างปีค.ศ. 1906 – 1914 และยังได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน โดยถือเป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์สำหรับงานตัดเย็บที่ขาดไม่ได้ การทำงานของซิปคือการยึดผ้าทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันแบบชั่วคราว มักนิยมใช้กับเสื้อผ้า กระเป๋า งานผ้าต่าง ๆ ประเภทของซิปมีอะไรบ้าง? 1.ซิปไนลอน ถือเป็นหนึ่งในประเภทของซิปรุ่นยอดนิยมที่หลาย ๆ ร้านตัดเย็บเลือกใช้ มีราคาถูก และมีความยืดหยุ่นค่อนข้างดี ปัจจุบันวัสดุของซิปไนลอนทำจากโพลีเอสเตอร์ทั้งหมดแล้ว แต่ว่าผู้บริโภคยังติดปากเรียกว่าซิปไนลอนต่อ ๆ กันมา ข้อเสียคือไม่ทนความร้อน และไม่ทนทานเท่าไร 2.ซิปโลหะ เมื่อขึ้นชื่อด้วยคำว่าโลหะ แน่นอนก็สามารถการันตีถึงความแข็งแรงทนทานได้เลย นิยมผลิตโดยวัสดุทองเหลือง อลูมิเนียม ไปจนถึงเหล็ก มักนิยมใช้ในงานผ้าจำพวก กางเกงยีนส์ หรือกระเป๋าต่าง ๆ มีราคาค่อนข้างสูงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าต่อการใช้งานระยะยาว 3.ซิปพลาสติก ซิปพลาสติกชื่อก็บอกถึงตัววัสดุที่ผลิตแล้ว ตัวซิปสามารถผสมสีได้ง่าย เป็นสีอะไรก็ได้ เหมาะใช้ในงานผ้าสำหรับเด็ก เพราะมีลักษณะฟันขนาดใหญ่ และนิยมใช้ในประเทศที่มีอากาศหนาวเพราะไม่นำความร้อนและความเย็น 4.ซิปซ่อน คุณลักษณะเด่นของซิปชนิดนี้ คือการซ่อนอยู่ในงานผ้าเพื่อไม่ให้เห็นชัดเจนเวลาเย็บติดตั้ง มักนิยมใช้ในชุดเดรส หรือชุดกระโปรง ที่ต้องเน้นงานละเอียด ซิปมีกี่ขนาด? ซิปนั้นมีหลายขนาด แต่ละประเภทก็เหมาะกับแต่ละงานที่แตกต่างกัน โดยซิปมีขนาดทั้งหมด 5 ขนาด โดยเราจะเรียกเป็นเบอร์แทนขนาดต่าง ๆ 1.เบอร์ 3 มีขนาดกว้าง 3–4 มิลลิเมตร เนื่องจากเป็นซิปที่มีขนาดเล็กที่สุด มักนิยมใช้กับกระเป๋าใส่เหรียญ ถุงผ้า และพวกเสื้อผ้าต่าง ๆ 2.เบอร์ 5 มีขนาดกว้าง 5-6 มิลลิเมตร มักนิยมทำในกระเป๋าเป้ประเภทต่าง ๆ เนื่องจากตัวซิปมีขนาดที่พอดี ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป 3.เบอร์ 8 มีขนาดกว้าง 7-8 มิลลิเมตร ด้วยความที่ซิปมีขนาดใหญ่ รูดเปิด-ปิดง่าย มักนิยมทำเป็นกระเป๋าสะพายหลัง กระเป๋าคาดเอว ต่าง ๆ 4.เบอร์10 มีขนาดกว้าง 9-10 มิลลิเมตร ตัวซิปมีขนาดใหญ่ นิยมใช้ในการผลิตกระเป๋าเดินทาง กระเป่าล้อลาก เป็นต้น 5. Oversized Zip ซิปที่มีขนาดใหญ่กว่าเบอร์ 10 ขึ้น มักพบได้ในซิปพลาสติก ด้วยขนาดที่ใหญ่เป็นพิเศษ มักใช้ในงานดีไซเนอร์ ที่มีการดีไซน์เป็นพิเศษ ได้รู้จักกับประเภทของซิปแต่ละแบบกันไปแล้ว สำหรับผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วงการช่างเย็บผ้ามือใหม่ การศึกษาอุปกรณ์วัสดุแต่ละแบบให้เข้าใจ ก็จะช่วยให้เราเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับชิ้นงานของเรามากขึ้น และแน่นอนว่าจะช่วยให้ผลงานผ้าของเราสวยงามมากขึ้น และสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบายมากกว่าที่เคย

ต้องบอกว่ากระแส Reuse กลับมาเป็นเทรนด์ที่มาแรงมาก ๆ ในยุคนี้ ด้วยภาวะโลกร้อน หรือการรณรงค์ให้ผู้คนหันกลับมาใช้ของ Reuse มากขึ้น เราจึงเห็นภาพถุงผ้า ฟีเวอร์ ที่ใคร ๆ ก็ต้องมีอย่างน้อยคนละหนึ่งใบ และหนึ่งในวัสดุที่ขึ้นชื่อ และเป็นที่นิยม คงหนีไม่พ้นผ้าแคนวาส ผ้าแคนวาสคืออะไร คุณสมบัติ ของผ้าแคนวาส มีอะไรบ้างวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวหนึ่งในวัสดุยอดฮิตให้ทุกคนทราบกัน ผ้าแคนวาสคืออะไร? ผ้าแคนวาส (Canvas) คือผ้าทอทั่ว ๆ ไปที่ผลิตมาจากผ้าฝ้าย หรือผ้าลินินผสมโพลีเอสเตอร์ ลักษณะของผ้าจะมีความคล้ายผ้าดิบ ในสมัยอดีตผ้าแคนวาสไม่ได้ถูกผลิตด้วยผ้าฝ้าย แต่คนโบราณนำป่านมาใช้ในการทอแทน เมื่อ 1500 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอินเดียถือเป็นชนชาติแรก ๆ ที่เริ่มนำผ้าฝ้ายมาทอเป็นผ้าใบ และการผลิตผ้าฝ้ายเริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกในสมัยศตวรรษที่ 8 จวบจนถึงปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากผ้าฝ้ายก็ยังได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย มีการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเป็นที่รู้จักในนามผ้าแคนวาส ผ้าแคนวาสดีไหม? ด้วยคุณสมบัติของผ้าแคนวาสคือความแข็งแรง และมั่นคง มีอายุการใช้งานที่นาน ผ้าแคนวาสจึงถูกผลิตออกมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ลองมาดูกันว่า เราสามารถนำผ้าแคนวาสไปผลิตเป็นอะไรได้บ้าง ตั้งแต่อุปกรณ์เพื่อการเดินทางไปจนถึงชิ้นงานเพื่อแฟชั่น 1.เรือใบ ในอดีตนั้นใบเรือใบถูกสร้างขึ้นมาจากผ้าแคนวาส แม้ปัจจุบันจะปรับเปลี่ยนไปใช้ผ้าสังเคราะห์แทนแล้วก็ตาม แต่ก็ถือว่า ผ้าแคนวาสมีประโยชน์ใช้งานเยอะจริง ๆ 2. เต็นท์ ผ้าแคนวาสก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่สายแคมป์ปิ้งนิยมใช้ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถถ่ายเทและระบายอากาศได้ดีกว่าวัสดุทั่ว ๆ ไป และทำความสะอาดได้อีกด้วย 3.กระเป๋าผ้า หรือ ถุงผ้า ถุงผ้าหรือกระเป๋าผ้าแคนวาสนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดนิยมตลอดกาล ที่มักนำวัสดุผ้าแคนวาสมาใช้ นอกจากจะทนทาน ไม่ขาดง่ายแล้ว ในส่วนของการดูแลรักษาก็ง่ายอีกด้วย และสามารถใช้ได้ทุกวัน 4. เครื่องแต่งกาย ตั้งแต่รองเท้า เสื้อ กางเกง ไปจนถึงหมวก ผ้าแคนวาสก็ถือเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่สายฮิปเลือกใช้ ดีไซน์ได้หลากหลาย และสามารถใช้งานได้ทุกวัน และนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลองนำเสนอให้ทุกคนได้ทราบ บางท่านอาจจะยังไม่ทราบด้วยซ้ำ ว่าผ้าแคนวาสเป็นได้มากกว่ากระเป๋า ผ้าแคนวาสมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? คุณสมบัติอันโดดเด่นของผ้าแคนวาสนั้นมีมากมาย แต่ที่ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วนั่นก็คือผ้าแคนวาสนั้น แข็งแรง มีความทนทานสูง ฉีกขาดได้ยาก และรองรับน้ำหนักได้ดี นำกลับมาใช้ซ้ำได้ และที่สำคัญที่สุด สำหรับคนที่สงสัยว่าผ้าแคนวาสกันน้ำได้ไหม ขอเฉลยตรงนี้แลยว่า ได้แน่นอน นี่ถือเป็นคุณสมบัติเด่นที่ทำผ้าแคนวาสถูกนำไปใช้ผลิตเป็นอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เรือใบที่ได้ยกตัวอย่างไปข้างต้น ผ้าแคนวาสมีข้อเสียอะไรบ้าง? ถ้าผ้าแคนวาสมีข้อดีแล้วทำไมถึงไม่มีข้อเสียกันล่ะ ข้อเสียหลัก ๆ ของผ้าแคนวาสเลยคือ 1. กระบวนการผลิต ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวผ้าโดยตรง แต่กระบวนการผลิตนั้นไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย เนื่องจากต้องใช้สารเคมี สีย้อมในจำนวนมาก ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ 2.ให้สีที่ไม่ตรง 100 % เพราะในการผลิตจริง ๆ นั้น ผ้าอาจจะไม่สามารถดูดซับสีตามที่เราเห็นในไฟล์ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ ก็อาจสร้างความไม่เข้าให้กับลูกค้าที่สั่งผลิตของจำพวกผ้าแคนวาสนั่นเอง 3. ราคาแพง ผ้าแคนวาสบางประเภทอาจมีราคาสูง จึงอาจทำให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย ใครที่คิดจะผลิตอะไรจากผ้าแคนวาสก็อาจจะต้องเลือกหากันดี ๆ ซะหน่อย เป็นยังไงกันบ้าง ได้รู้จักผ้าแคนวาสเพิ่มขึ้นเยอะเลย เพียงเท่านี้เราก็สามารถนำความรู้เรื่องผ้าแคนวาส ข้อดีและข้อเสีย คุณสมบัติต่าง ๆ ไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละงานของเราได้ นอกจากนี้ผ้าแคนวาสยังถือเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่เราควรให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง หวังว่าทุกคนจะมีความสุขและสนุกไปกับการเลือกใช้ผ้าแคนวาสกันเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อย